3 วิธีทำนาข้าวตามวิถีไทย

การปลูกข้าว

เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในอดีตถูกเปรียบเป็นกระดูกสันหลังของชาติเพราะทำให้เกิดรายได้จากการส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้แทนแรงงานคน ก็ยังถือว่าเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติไม่เปลี่ยนแปลงไปและที่สำคัญยังพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพออกมาให้คนไทยได้ทานหลากหลายชนิด เมื่อข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย วันนี้เรามี 3 วิธีทำนาข้าวตามวิถีไทย มาแนะนำให้เป็นความรู้ค่ะ

3 วิธีทำนาข้าวตามวิถีไทย

1.การปลูกข้าวไร่
การปลูกข้าวไร่ คือวิธีทำนาตามวิถีไทยด้วยการปลูกข้าวบนที่ดอนและไม่มีน้ำขัง เช่น บริเวณเชิงเขาซึ่งเป็นพื้นที่ราบหรือที่ลาดชัน ไม่สามารถไถเตรียมดินได้เหมือนพื้นที่นาสำหรับปลูกข้าวทั่วๆไป การปลูกข้าวไร่จะต้องใช้พันธุ์ที่มีอายุเบาโดยปลูกช่วงต้นฤดูฝน โดยการหยอดเมล็ดข้าวลงในหลุมแล้วใช้เท้ากลบดินปากหลุม การทำข้าวไร่นิยมปลูกกันมากในบริเวณที่ราบสูงตามไหล่เขาทั้งภาคเหนือและภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

2.การปลูกข้าวแบบนาหว่าน
การปลูกข้าวแบบนาหว่าน เป็นการปลูกข้าวโดยเอาเมล็ดพันธุ์หว่านลงในพื้นที่นาที่ได้ไถเตรียมดินไว้ การปลูกข้าวด้วยวิธีนี้ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากประหยัดเวลาและประหยัดแรงงาน การทำนาหว่านยังแบ่งออกเป็น 2 วิธี ได้แก่

1) นาหว่านข้าวแห้ง หมายถึงการหว่านเมล็ดข้าวเปลือกลงในพื้นดินหลังจากการไถครั้งแรกในช่วงที่ฝนยังไม่ตก เมล็ดข้าวที่หวานจะตกลงไปในร่องดินเมื่อฝนตกเมล็ดข้าวก็จะงอกขึ้นมา

2) นาหว่านข้าวงอก หมายถึง การนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เพาะจนงอก มีขนาดตุ่มตาหรือมีรากงอกประมาณ 1-2 มิลลิเมตรไปหว่านลงในกระพื้นที่นาซึ่งมีการเตรียมดินหรือปรับที่นาให้สม่ำเสมอไว้แล้ว ที่นาสำหรับทำนาหว่านควรมีคันนาล้อมรอบและคุมคุมปริมาณน้ำได้

3.การปลูกข้าวแบบนาดำ
การปลูกข้าวแบบนาดำ หมายถึง การทำนาที่มีการนำเมล็ดข้าวไปเพาะในแปลงที่เตรียมไว้ก่อน เรียกว่าการเพาะกล้า เมื่อได้ขนาดตามที่ต้องการจะถอนต้นกล้าไปปักดำในพื้นที่นาที่เตรียมไว้ และเป็นวิธีปลูกข้าวที่ต้องใช้แรงงานมาก

การถอนต้นกล้า
การถอนต้นกล้า
การดำนา

การปลูกข้าวทั้ง 3 รูปแบบ เป็นวิธีทำนาข้าวตามวิถีไทยที่สืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ถึงแม้จะมีวิธีการปลูกข้าวแบบใหม่ๆเข้ามาเช่นการทำนาโยนหรือการปลูกข้าวแบบโยนกล้า แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก ซึ่งขั้นตอนและวิธีการปลูกข้าวยังมีรายละเอียดอีกหลายขั้นตอน ricedee.com จะนำเกร็ดความรู้มานำเสนอในบทความต่อๆไปอย่าลืมติดตามนะคะ